พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช
บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 เป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่ 9 แห่ง
พระบรมราชจักรีวงศ์ และได้ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นาปัปการ เพื่อพสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติและนับถือศาสนาใด พระองค์ทรงเสียสละทุ่มเทพระวรกายดูแลทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์อย่างมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

จากพระราชกรณียกิจนานัปการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี เพื่อพสกนิกรของพระองค์ ก่อให้เกิด ความสงบสุขร่มเย็น ความเจริญก้าวหน้าแก่ชาติไทย ทัดเทียมนานาอารยะประเทศจนมีคำกล่าวว่า “คนไทยโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ” หรือ “ธ ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์"

ดังนั้นในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ปวงชนชาวไทย หน่วยงานภาครัฐ และ หน่วยงานเอกชนจึงพร้อมใจกันจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ขึ้นในวันที่ 8 - 13 มิถุนายน 2549 โดยมีหมายกำหนดการดังนี้

และเนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ทางรัฐบาลได้จัดทำตราสัญลักษณ์เพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี ต่อในหลวงของเราด้วยการประดับธงและตราสัญลักษณ์โดยพร้อมเพรียงกัน โดยตราสัญลักษณ์มีความหมายดังนี้

อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. สีเหลืองนวลทอง อันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ ขลิบรอบตัวอักษรด้วยสีทองบนพื้นสีน้ำเงินเจือท อง อันเป็นสีประจำสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้อมด้วยเพชรอันเป็นเอกแห่งรัตนะ หมายว่า เหล่านักปราชญ์ ราชกวีสำคัญ อีกบรรดาช่างอันมีชื่อ พระยาช้างสำคัญ นางงาม เหล่าทแกล้วทหาร ข้าราชบริพาร อันยอดฝีมือในการปฎิบัติราชการอย่างสุจริตยิ่ง เหล่านี้เปรียบด้วยเพชรอันชื่อว่ารัตนะ แวดล้อมประดับพระเกียรติยศแห่งพระมหากษัตริยาธิราชพระองค์นั้นอันเหนือยิ่งกว่าเพชรอันได้ชื่อว่ารัตนะทั้งปวงคือพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถิตเป็นเพชรอันยอดค่ายิ่งในดวงใจราฎร์ ทรงบำบัดทุกข์ผดุงสุขเป็นที่พึ่งอันเกษมสุขร่มเย็นกว่าปวงพระสกนิกรซึ่งต่างเชื้อศาสนาในพระราชอาณาจักรของพระองค์

อนึ่ง อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. นี้ ประดิษฐานบนพระที่นั่งภัทรบิฐภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎประพระอุณาโลม อันเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจสิริราชกุธภัณฑ์ แวดล้อมด้วยพระแสงขรรค์ชัยศรีและพระแส้ขนหางจามรีทอดสอดอยู่ในกงพระที่นั่งภัทรบิฐ เบื้องซ้ายแห่งพระมหาพิชัยมงกุฎ มีธารพระกรและพัชนีฝักมะขามทอดสอดอยู่เบื้องขวาแห่งกงพระที่นั่งภัทรบิฐอันประดิษฐานบนฐานเขียง ซึ่งทอดฉลองพระบาทประดิษฐานอยู่ เหล่านี้รวมเรียกว่าเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ประกอบด้วยสิ่งอันแสดงความเป็นกษัตริย์ทั้ง ๕ คือ พระมหาพิชัยมงกุฎ ๑ พระแสงขรรค์ชัยศรี ๑ ธารพระกร ๑ พัดวาลวิชนีและพระแส้ ๑ ฉลองพระบาท ๑ หมายถึงปีแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ

ล่างลงมาเป็นแพรแถบสีชมพูขลิบทองเขียนอักษรสีทอง ความว่า ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ ปลายแห่งแพรแถบผูกเป็นภาพกระบี่ เป็นวานรกายขาว มือถือก้านลายซุ้มอันเป็นกรอบลายของตราสัญลักษณ์ ฯ อยู่ด้านขวา ส่วนด้านซ้ายปลายแพรแถบผูกเป็นภาพครุฑ เป็นครุฑหน้าขาวกายสีเสนปนทอง มือถือก้านลายกรอบแห่งตราสัญลักษณ์ ฯ พื้นภาพตราสัญลักษณ์ ฯ เฉลิมพระเกียรติทั้งหมดสีเขียวปนทอง อันหมายถึงสีสันอันเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ และยังหมายถึงสีของความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์แห่งผืนภูมิประเทศที่ทรงปกครองทำนุบำรุงอย่างหนักยิ่งมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริาชสมบัติมา ณ บัดนี้ถึงมหามงคลสมัยที่จะฉลองเฉลิมพระเกียรติในการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี อันยาวนานที่สุดยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในพระราชพงศาวดารในสยามประเทศ


หน้า1 I หน้า2
*********************************************************
ที่มา : http://www.60thcelebrations.com/