"พระองค์มาโรงเรียนทุกวัน
ไม่เคยขาด ทรงเป็นนักเรียนที่มีชีวิตชีวามาก โดยเฉพาะทางด้านดนตรี จนซิสเตอร์มาร์เกอริตมารีผู้ถวายพระอักษร
ชื่นชมว่า ทรงเป็น This Little Prince is gifted for music"
น้ำเสียงปลื้มปีติของคุณแม่บุญประจักษ์ ทรรทรานนท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนมาแตร์เดอีฯ
ขณะเล่าถึงพระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย
โรงเรียนไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาขณะทรงพระเยาว์
เปี่ยมล้นไปด้วยความประทับใจที่ไม่เคยเลือนหาไปกับการเวลาที่เนิ่นนานมาเกือบ
70 ปี ซึ่งในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังเป็นพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช
มีพระชนมายุ 5 พรรษา
คุณแม่บุญประกอบ วัย 93 ปี อดีตศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอีฯ ย้อนเล่าถึงวันเวลาเก่าๆ
ในงานแถลงข่าวจัดงาน "60 ปี ธ ครองไทย มาแตร์เดอีร่วมใจถวายพระพร"
ซึ่งจัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มว่า
เมื่อทราบว่าพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดชจะทรงมาเป็นนักเรียนที่ ร.ร.มาแตร์เดอีฯ
ซึ่งในสมัยนั้นที่นี่เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนทั้งผู้ชายผู้หญิง นักเรียนทุกคนตื่นเต้นมาก
เพราะพระองค์เป็นโอรสของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชฯ และหม่อมสังวาลย์
มหิดล สตรีที่ได้รับการยกย่องในสมัยนั้นว่า เป็นสตรีที่งามพร้อมในทุกด้าน
"ครั้งแรกที่พระองค์เสด็จมาโรงเรียน ยังไม่เป็นนักเรียนของที่นี่ เพราะอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าเรียนได้
แต่มาเพราะตามพระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระเชษฐามาด้วยเป็นบางวัน ทุกครั้งที่มาโรงเรียนทรงมาด้วยรถยนต์โดยมีหม่อมสังวาลย์
มหิดล เดินจูงมือเข้ามาส่งในโรงเรียนทุกครั้ง และทรงแต่งเครื่องแบบนักเรียนมาด้วย
ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนักเรียนของที่นี่ จนกระทั่งพระชนมายุ
5 พรรษา คุณแม่อธิการจึงรับเข้าเรียน โดยลงทะเบียนว่า "H.H.Bhummibol
Mahidol" หมายเลขประจำตัว คือ 449 ซึ่งหม่อมสังวาลย์ได้เขียนใบสมัครเช่นเดียวกับผู้ปกครองคนอื่นๆ
และได้บอกกับคุณแม่อธิการว่าให้ปฏิบัติกับโอรสเหมือนคนธรรมดา"
 
อดีตศิษย์เก่ามาแตร์เดอีฯ ยังเล่าอีกว่า ในขณะทรงเรียนที่นี่ พระองค์ทรงเป็นที่รักของครูและนักเรียนทุกคน
ทรงเรียน ทรงเล่นกับพระสหายอย่างไม่ถือพระองค์ ทรงสนพระทัยเรื่องเรียนทุกวิชา
และทรงโปรดการเล่นดนตรีการร้องเพลงมาก
"พระองค์ทรงมีนมบรรจุกระติกหิ้วมาโรงเรียนด้วยพระองค์เอง เมื่อถึงเวลา
10 นาฬิกา หม่อมเจ้าหญิงกรณิกา จิตรพงศ์ นักเรียนชั้นโตกว่าจะมาช่วยหยิบนม
และรินถวายทุกวัน เพราะกฎข้อหนึ่งของโรงเรียนในสมัยนั้น คือ นักเรียนชั้นโตกว่าจะดูแลเด็กเล็กๆ
และในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ที่นี่ บางครั้งพระพี่นางก็ตามเสด็จพระอนุชามาด้วยในช่วงที่โรงเรียนราชินีปิดเทอม
ทำให้บรรยากาศในโรงเรียนมาแตร์เดอีฯยิ่งมีชีวิตชีวามากขึ้น เพราะเวลาที่ทั้ง
3 พระองค์ทรงอยู่ด้วยกัน ทรงน่ารัก ทรงเล่นกับพวกเราอย่างไม่ถือพระองค์เลยว่าเป็นเจ้านายชั้นสูง"
กระนั้นแล้ว พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดชก็ทรงเรียนหนังสืออย่างจริงจังได้จนถึงปลายปีการศึกษา
2475 เท่านั้น คุณแม่บุญประกอบเล่าเหตุผลที่พระองค์ทรงออกจากโรงเรียนว่า
เนื่องจากต้องตามพระเชษฐาไปอยู่อยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพราะพระเชษฐาพระอนามัยไม่แข็งแรง
ดังนั้น แพทย์จึงแนะนำให้ไปประทับยังต่างประเทศที่มีอากาศดีจะช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้นได้

"จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่คาดคิดเลยว่า เจ้านายพระองค์น้อยที่เคยแอบมองบ่อยๆ
อย่างชื่นชมรักใคร่เมื่อ 70 ปีก่อน จะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ประเทศใดในโลกนี้เทียบได้
เพราะพระองค์ทรงทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างมากมายมหาศาล พระองค์เสด็จฯไปพัฒนาตามท้องถิ่นต่างๆ
อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทรงช่วยประชาชนให้ช่วยเหลือตัวเองได้ มีอาชีพเลี้ยงชีวิต
มีข้าวกิน มีน้ำดื่ม ทรงเป็นในหลวงที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย"
แม้ช่วงเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยนั้นไม่นานนัก
แต่ทุกคนในช่วงนั้นต่างได้สัมผัสถึงความสุข และได้ชื่นชมพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ซึ่งนับเป็นห้วงเวลาที่ทรงคุณค่ายิ่ง
ที่มา : |
|