คุณหมอ : น.พ. พัฒนา เต็งอำนวย (แพทย์ อายุรศาสตร์ จาก รพ. พญาไท 2 )
หัวข้อ : การรับประทานผักและผลไม้จำนวนมาก ๆ จะช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือดได้
รายละเอียด :  

นักวิทยาศาสตร์ทราบกันมานานแล้วว่า การรับประทานผักและผลไม้จำนวนมาก ๆ จะช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือดได้ ซึ่งกลไกอันหนึ่งก็คือสารสตานอลที่มีอยู่ในพืช เนื่องจากสตานอลมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับโคเลสเตอรอล จึงสามารถรบกวนการดูดซึมของโคเลสเตอรอลจากลำไส้ ทำให้ระดับของโคเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้

           
ทางบริษัทไรซิโอ แห่งประเทศฟินแลนด์ ได้คิดค้นวิวัฒนาการอาหารเสริมที่มีชื่อว่า แพลนท์สตานอล ขึ้น พบว่าการรับประทานแพลนท์สตานอลในขนาด 2 กรัมต่อวัน (ซึ่งเทียบเท่ากับสตานอลที่มีอยู่ในส้มถึง 500 กิโลกรัม!) จะช่วยลดระดับของไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดได้ประมาณ 15% ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในวารสารทางการแพทย์ที่มีชื่อว่า New England Journal of Medicine ในปี พ.ศ. 2538 หลังจากนั้น ได้มีการนำแพลนท์สตานอลไปผสมในอาหารและเครื่องดื่ม อย่างแพร่หลายทั่วโลก


สำหรับ ในประเทศไทย แพลนท์สตานอลได้ถูกนำมาทำเป็นเครื่องดื่มอาหารเสริมที่ช่วยในการลดโคเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ผมได้รับคำถามจากผู้ชมรายการสยามทูเดย์ว่า แพลนท์สตานอล เป็นยาหรือเปล่า และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาหรือไม่
แพลนท์สตานอลได้ถูกจัดให้เป็นอาหารเสริมที่มีคุณสมบัติในการลดไขมันโคเลสเตอรอล ซึ่งได้รับการยอมรับแล้วจาก องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) นอกจากนั้น ในขนาดที่ใช้เพื่อลดไขมันที่ได้ผลคือ 2 กรัมต่อวัน ยังปราศจากผลข้างเคียงที่มีอันตราย จากการมีผลงานวิจัยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาจึงอนุญาตให้มีการติดคุณสมบัติของการช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดบนฉลากสินค้าได้ สำหรับในประเทศไทย เนื่องจากการศึกษาในคนไทย พึงจะอยู่ในระยะเริ่มต้น เราจึงไม่สามารถโฆษณาในลักษณะดังกล่าวได้

เนื่องจาก แพลนท์สตานอล เป็นสารสกัดจากพืช ซึ่งถือเป็นสารธรรมชาติ จึงสามารถจำหน่ายได้ในรูปอาหารเสริมและไม่จัดว่าเป็นยา  มีผู้ทดลองรับประทาน แพลนท์สตานอล แล้วไปเจาะเลือดหลังรับประทานได้ประมาณ  1 สัปดาห์ ก็พบว่าระดับโคเลสเตอรอลลดลงจริง ๆ และลดได้ถึงกว่า 20% เธอก็เกิดตวามแคลงใจว่า ทางบริษัทได้แอบใส่ตัวยาลดไขมันลงไปหรือไม่ ซึ่งในข้อนี้ผมสามารถรับรองได้ว่า การที่ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดของเธอลดลงนั้นเป็นจากสารแพลนท์สตานอลจริง ๆ แต่ระดับที่ลดลงอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน นอกจากนั้นระดับของโคเลสเตอรอลของคน ๆ หนึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน ในช่วงเวลาที่เราไม่สบาย ร่างกายจะนำโคเลสเตอรอลไปใช้มากขึ้น ทำให้ค่าของโคเลสเตอรอลลดลง ผมจึงมักจะแนะนำคนไข้อยู่เสมอว่า ไม่ควรมาตรวจสุขภาพ ในขณะที่ไม่สบาย เพราะค่าที่ได้ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะของการเจ็บป่วย
อีกคำถามที่ผมได้รับคือ ทำไมแพทย์ส่วนใหญ่จึงไม่รู้จัก แพลนท์สตานอล และไม่แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ ซึ่งคงเป็นเพราะแพลนท์สตานอลได้ถูกนำมาจำหน่ายในประเทศไทยไม่นาน ทำให้แพทย์ส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ประกอบกับแพทย์บางท่านไม่ชอบแนะนำอาหารเสริม แต่จะชอบสั่งยามากกว่า ซึ่งแตกต่างจากในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น กลูโคซามีนซึ่งจำหน่ายเป็นอาหารเสริมสำหรับข้อในต่างประเทศ กลับถูกวางตลาดเป็นยาในประเทศไทย และได้รับความสำเร็จทางการค้าอย่างสูง
ผมอยากขอแนะนำให้แพทย์ และผู้ที่สงสัยในคุณสมบัติของแพลนท์สตานอลทุกท่าน อ่าน คำแนะนำของ NIH ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า National Cholesterol Educational Program (NCEP) guidelines (www.nhlbi.nih.gov/guidelines/cholesterol/atglance.pdf) ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่มีระดับของโคเลสเตอรอลเลว (LDL-C) สูงเกินไป ควรจะต้องมีการเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตที่เรียกว่า therapeutic life style change อันประกอบด้วย การออกกำลัง และควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ (<7% ของแคลอรี่) และมีปริมาณโคเลสเตอรอลน้อยกว่า 200 มก.ต่อวัน นอกจากนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง (high fiber diet 10-25 กรัมต่อวัน) และรับประทาน แพลนท์สตานอลเสริมในปริมาณ 2 กรัมต่อวัน
แต่โปรดเข้าใจว่า แพลนท์สตานอล จะให้ประโยชน์สูงสุด เมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหาร เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ของแพลนท์สตานอลคือลดการดูดซึมของไขมันโคเลสเตอรอลจากลำไส้ ดังนั้น หากโคเลสเตอรอลในลำไส้มีปริมาณมาก ประสิทธิภาพของแพลนท์สตานอลก็จะลดลง ด้วยเหตุผลดังกล่าว คนที่เข้าใจว่า ดีจังเลย ต่อไปนี้ผมสามารถทานข้าวขาหมูได้ทุกวัน  ก็คงจะต้องปรับความเข้าใจใหม่ ผมเชื่อว่า คนที่รับประทานแพลนท์สตานอลแล้วกลับพบว่าปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดไม่ลดลง ก็คงจะเป็นเพราะหยุดการคุมอาหารหลังจากรับประทานแพลนท์สตานอลนั่นเอง ในต่างประเทศ มีการนำแพลนท์สตานอลมาทำเป็นเนยเทียมทาขนมปัง ซึ่งทำให้คนที่ต้องการรับประทานเนย สามารถทานได้อย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่มีอันตรายกับสุขภาพ และยังพบว่าค่าโคเลสเตอรอลในเลือดลดลงหลังรับประทานอีกด้วย
ผมหวังว่า ในอนาคต จะมีการนำแพลนท์สตานอลมาผสมกับอาหารที่จำหน่ายในประเทศไทย เช่น ครีมเทียมสตานอล, กะทิสตานอล เป็นต้น เพราะอาหาร เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดประการหนึ่งในชีวิตแบบไทย ๆ ของเรา คงเป็นสิ่งที่ดี ถ้าอาหารที่เรารับประทานทุก ๆ วันนั้น จะช่วยในการรักษาสุขภาพ ที่เราอาจเรียกได้ว่า อาหารเป็นยา

close [ x ]